ความเป็นมา
1. การควบคุมอาหารที่มีสารตกค้างจากยาสัตว์ (veterinary drug residues) ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภคจากความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดจากการได้รับสารเหล่านี้เกินขอบเขตความปลอดภัย ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาเรื้อรัง เช่น การดื้อยา หรือผลกระทบต่อสุขภาพทั้งแบบเฉียบพลันและระยะยาว กรอบการกำกับดูแลการใช้ยาในสัตว์ และมาตรการกำกับดูแลสารตกค้างจากยาสัตว์ในประเทศไทยมีพื้นฐานมาจากพระราชบัญญัติสำคัญหลายฉบับและมีหลายหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลตลอดห่วงโซ่อาหารในบทบาทที่แตกต่างกัน
2. กระทรวงสาธารณสุขอาศัยอำนาจตาม มาตรา 5 มาตรา 6 (3) และมาตรา 6 (9) ของพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ได้มีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพื่อควบคุมอาหารที่มียาสัตว์ตกค้างมาตั้งแต่ปี 2546 ได้แก่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 268) พ.ศ. 2546 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีบางชนิด ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 299) พ.ศ. 2549 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีบางชนิด (ฉบับที่ 2) กำหนดมาตรฐานการปนเปื้อนของสารเคมีในอาหาร (6 กลุ่มสาร) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 269) พ.ศ. 2546 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 303) พ.ศ. 2550 เรื่อง อาหารที่มียาสัตว์ตกค้าง
3. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยกองอาหาร เห็นควรทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาหารที่มียาสัตว์ตกค้างให้มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้บริโภคตามความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์การใช้ยาและสารเคมีในทางการปศุสัตว์และการประมง
หลักการและสาระสำคัญ
แนวทางการทบทวนประกาศกระทรวงว่าด้วยอาหารที่มียาสัตว์ตกค้าง ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์การใช้ยาและสารเคมีในทางการปศุสัตว์และการประมง สรุป ได้ดังนี้
(1) บทอาศัยอำนาจ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 6(3) (8) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหารที่มียาสัตว์ตกค้าง กำหนดอาหารที่มียาสัตว์ตกค้างบางชนิดเป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย และกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการตรวจอาหารที่มียาสัตว์ตกค้าง
(2) รวมกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับยาสัตว์ตกค้างเป็นฉบับเดียวกัน
รวมกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับยาสัตว์ตกค้างเป็นฉบับเดียวกัน โดยยกเลิกประกาศฯจำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ (1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 268) พ.ศ. 2546 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีบางชนิด (2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 299) พ.ศ. 2549 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีบางชนิด (ฉบับที่ 2) (3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 269) พ.ศ. 2546 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ (4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 303) พ.ศ. 2550 เรื่อง อาหารที่มียาสัตว์ตกค้าง เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้กฎหมาย
(3) นิยาม
กำหนดนิยาม “ยาสัตว์”, “ยาสัตว์ตกค้าง”, “อาหารที่มียาสัตว์ตกค้าง” โดยให้ใช้นิยามเดิมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 303) พ.ศ. 2550 เรื่อง อาหารที่มียาสัตว์ตกค้าง
(4) สารที่ห้ามใช้ในสัตว์ที่ใช้บริโภคเป็นอาหาร และบัญชีหมายเลข 1 แนบท้าย (ร่าง) ประกาศฯ
กำหนดสารที่ห้ามใช้ในสัตว์ที่นำมาบริโภคเป็นอาหาร ได้แก่ สารที่ห้ามใช้ที่กำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 268), (ฉบับที่ 269) และ (ฉบับที่ 299) และสารที่หน่วยงานสากล หรือองค์กรผู้เชี่ยวชาญ (เช่น JECFA, EMA) ประเมินตามหลักการความปลอดภัยสากล แล้วพบว่ามีความเสี่ยงหรือผลกระทบต่อสุขภาพ และไม่สามารถกำหนดระดับตกค้างที่ปลอดภัยในอาหารได้
(5) การกำหนดค่า MRL ในบัญชีหมายเลข 2 ของร่างประกาศฯ
อาศัยอำนาจตามมาตรา 6 (3) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหารมียาสัตว์ตกค้าง (Maximum Residue Limit; MRL) ได้ไม่เกินที่ระบุในบัญชีหมายเลข 2 ของร่างประกาศฯ โดยพิจารณาตามหลักการประเมินความเสี่ยงของสากลบนพื้นฐานการบริโภคอาหารของคนไทย
(6) วิธีการตรวจวิเคราะห์ทางวิชาการยาสัตว์ตกค้างในอาหารที่เกิดจากการใช้ยาสัตว์
กำหนดขีดจำกัดของการตรวจวัดเชิงปริมาณ (Limit of Quantitation; LOQ) สำหรับยาสัตว์ตกค้างในอาหาร โดยใช้หลักการ Zero Tolerance สำหรับยาที่ห้ามใช้ในสัตว์ที่นำมาบริโภคเป็นอาหาร และ กำหนดตามแนวทางในเอกสาร Codex Procedural Manual หรือ ระดับที่ห้องปฏิบัติการสามารถตรวจวัดได้จริงสำหรับยาสัตว์กลุ่มอื่นนอกจากยาที่ห้ามใช้ในสัตว์ที่นำมาบริโภคเป็นอาหาร
(7) กำหนดวันบังคับใช้
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยกองอาหาร จึงขอประชาสัมพันธ์การเวียนรับฟังความเห็นต่อหลักการร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรื่อง อาหารที่มียาสัตว์ตกค้าง โดยสามารถแสดงความเห็นได้ในระบบกลางทางกฎหมาย ภายในวันที่ 1 กรกฏาคม 2569
https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NzI3NURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=
กรณีมีข้อสงสัย โปรดติดต่อสอบถามเพิ่มเติม (ในวันและเวลาราชการ)
กลุ่มกำหนดมาตรฐาน กองอาหาร
โทรศัพท์ 02-590 7178, 02-590 7179
(นางสาวณัชชา จันไขโคตร, นางสาวนงเยาว์ ประทีปะจิตติ)
-----------------------------------------------------
หมายเหตุ: การเวียนขอรับฟังความเห็นข้างต้นดำเนินการตามคำแนะนำของคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องประกอบการจัดทำร่างกฎหมายสำนักงานคระกรรมการกฤษฎีกา
เหตุผลความจำเป็นของการให้มีระบบอนุญาต ระบบคณะกรรมการหรือการกำหนดโทษอาญา รวมทั้งหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ
1. เหตุผลความจำเป็นในการใช้ระบบอนุญาต
ไม่มีการใช้ระบบอนุญาต
2. เหตุผลความจำเป็นในการใช้ระบบคณะกรรมการ
คณะกรรมการในที่นี้ หมายถึง คณะกรรมการอาหารตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งมีหน้าที่ให้คำแนะนำหรือความเห็นแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบ การดำเนินการในระบบคณะกรรมการ เพื่อให้กฎระเบียบที่จะกำหนดได้รับการพิจารณาจากทุกภาคส่วน กล่าวคือ คณะกรรมการอาหารประกอบด้วยผู้มีส่วนได้เสียทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งทำให้นโยบาย มาตรการ หรือกฎระเบียบนั้นมีความเหมาะสม และสามารถปฏิบัติได้
3. เหตุผลความจำเป็นในการกำหนดโทษอาญา
ประกาศฯ ฉบับนี้ไม่มีบทกำหนดโทษทางอาญา หากแต่เป็นประกาศฯ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งมีการกำหนดโทษทางอาญา เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย ปฏิบัติตามกฎหมายรวมทั้งกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด อันจะเป็นการคุ้มครองประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยจากการบริโภคอาหาร ดังนั้นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศฯ จะต้องได้รับโทษตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
4. เหตุผลความจำเป็นในการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีดุลพินิจในการออกคำสั่งทางปกครอง หรือดำเนินกิจการทางปกครอง
ไม่มีการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีดุลพินิจในการออกคำสั่งทางปกครองหรือการดำเนินกิจการทางปกครอง

